Skip to content

เผ็ดร้อนด้วย คุณประโยชน์

พริกไทยใช้เป็นเครื่องเทศ และยังใช้แต่งกลิ่นอาหารมานาน ทำให้อาหารมีรสชวนกิน แล้วพริกไทยยังมีส่วนช่วยถนอมอาหาร ทำให้อาหารที่ใช้พริกไทยปรุงนั้น เก็บไว้ได้นานกว่าปรกติ พริกไทยมีกลิ่นหอมนั้น เนื่องจากมีน้ำมันหอมระเหย ( Volatile Oil) อยู่ในพริกไทย นอกจากนี้แล้วในพริกไทยยังมีอัลกาลอยด์ Piperine อัลคาลอยด์ Piperine มีฤทธิ์เป็นยาฆ่าแมลงกล่าวกันว่า Peperine จะมีฤทธิ์ในการฆ่าแมลงวันดีกว่า Pyrethrin แต่ไม่เป็นพิษต่อคน

ส่วนที่ใช้
ผลและเมล็ด

สรรพคุณ
1. รักษาโรคหลอดเลือดอักเสบเรื้อรัง และมีอาการหอบหืด
2. รักษาประสาทอ่อนเพลีย
3. รักษาโรคผิวหนัง
4. รักษาเด็กที่ท้องเสียจากระบบการย่อยอาหารไม่ดี

ฟกช้ำเคล็ดขัดยอก พลับพลึงช่วยได้

ภูมิปัญญาของไทยเรานี่ช่างน่าสนใจจริงๆนะคะ ที่สามารถสรรหายารักษาที่มาจากธรรมชาติ และสามารถหาได้ง่ายไม่ต้องซื้อให้เสียเงินเสียทองให้สิ้นเปลืองอาการเคล็ด คัดยอกฟกช้ำหรือแม้แต่อาการปวดหัวก็สามารถใช้สมุนไพรชนิดนี้ช่วยได้และสิ่งที่จะนำเสนอในวันนี้คือใบพลับพลึงค่ะ

 

 

 

 

 

 

ลักษณะทั่วไป : ต้น : เป็นพรรณไม้ล้มลุกขึ้นเป็นกอ และมีหัวอยู่ใต้ดิน ลำต้นกลมมีความกว้างประมาณ 15 ซม. และยาวประมาณ 30 ซม.
ใบ : จะออกรอบ ๆ ลำต้น ลักษณะใบแคบยาวเรียว ใบจะอวบน้ำ ขอบใบจะเป็นคลื่น ตรงปลายใบจะแหลม ใบจะมีความยาวประมาณ 1 เมตร และกว้างประมาณ 10-15ซม.
ดอก : จะออกเป็นช่อ ตรงปลายจะเป็นกระจุกมีประมาณ 12-40 ดอก ตอนดอกยังอ่อนอยู่จะมีกาบเป็นสีเขียวอ่อน ๆ หุ้มอยู่ 2 กาบ ก้านช่อดอกจะมีความยาวประมาณ 90 ซม. ดอกมีความยาวประมาณ 15 ซม. กลีบดอกจะเป็นสีขาว และมีกลิ่นหอม
เกสร : เกสรตัวผู้จะมีอยู่ 6 อัน ติดอยู่ที่หลอดดอกตอนโคน ตรงปลายเกสรมีลักษณะเรียวแหลมยาวเป็นสีแดง โคนเป็นสีขาว ส่วนอับเรณูนั้น จะเป็นสีน้ำตาล
ผล : ผลจะเป็นสีเขียวอ่อน และผลค่อนข้างกลม
การขยายพันธุ์ : โดยการแยกหัว และแยกหน่อ
ส่วนที่ใช้ : ใบ หัว เมล็ด และราก ใช้เป็นยา
สรรพคุณ : ใบ จะมีรสเอียน นำไปต้มกินทำให้อาเจียน หรือใช้ใบพันรักษาอาการฟกช้ำ บวม เคล็ด ขัด ยอก แพลง จะถอนพิษได้ดี หรือจะใช้ใบพลับพลึงอย่างเดียว หรืออาจใช้ปนกับชนิดอื่น ๆ แล้วนำไปตำปิดบริเวณที่ปวด ใช้รักษาอาการปวดศีรษะ อาการบวม และลดอาการไข้หัว จะมีรสขม ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ขับเสมหะ เป็นยาระบาย ทำให้คลื่นเหียน อาเจียน รักษาโรคที่เกี่ยวกับปัสสาวะ รักษาโรคเกี่ยวกับน้ำดี  ลองเอาไปใช้กันนะคะเพราะหาง่ายและไม่ต้องสิ้นเปลืองด้วยค่ะ

ใบเตย มีดีมากกว่ากลิ่นหอม

สมุนไพร ใบเตยที่มาคนไทยรู้จักกันดีเพราะนอกจากเราจะใช้ ใบเตย ในการประกอบอาหารหลาย ๆ อย่าง อีกทั้ง ยังให้กลิ่งหอมและทีสำคัญที่สุด สรรพคุณของใบเตย ยังมีอีกมายมายนักคุณอาจจะคิดไม่ถึงนั้นเรามาดูสรรพคุณและ ประโยชน์ของใบเตย กันเลยดีกว่าค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

สรรพคุณ / ประโยชน์ ใบเตย

ผลงานการวิจัย
การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาพบว่า เตยหอมมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นของหัวใจ ขับปัสสาวะ ซึ่งฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่กล่าวไปทั้งหมดนั้น ซึ่งมาจากการทดลองในห้องทดลอง นอกจากนี้ได้มีการทำศึกษาวิจัย โดยนำน้ำต้มรากเตยหอมไปทดลองในสัตว์ทด ลองเพื่อดูฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดปรากฏว่าสามารถลดน้ำตาลในเลือดของสัตว์ทดลองได้ จึงนับได้ว่าสมุนไพรเตยหอมเป็นสมุนไพรที่คุณค่าอีกชนิดหนึ่งมีสามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มรับประทานเองได้

วิธีใช้ตามภูมิปัญญาไทย
ใช้ใบเตยสดเป็นยาบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่นช่วยลดอาการกระหายน้ำ รากใช้เป็นยาขับปัสสาวะใช้รักษาเบาหวานประโยชน์ทางยาเตยหอมมีรสเย็นหอมหวาน บำรุงหัวใจให้ชุ่มชื้น โดยมากนิยมใช้น้ำใบเตยผสมอาหารคนไข้ทำให้เกิดกำลัง ลำต้นและรากใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้น้ำเบาพิการ และรักษาโรคเบาหวาน ใบช่วยบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่นลดกระหายน้ำและอาจใช้ใบตำพอกรักษาโรคหัด โรคผิวหนัง

วิธีใช้
1.ใช้ใบสดตำคั้นเอาน้ำจะได้น้ำสีเขียวใช้นำมาผสมอาหารจะช่วยให้อาหารมีสีสวยน่ารับประทานและมีกลิ่นหอมของใบเตย
2.ใช้ในในรูปของใบชาชงกับน้ำร้อนหรือใช้ใบสดต้มกับน้ำจนเดือดเติมน้ำตาลเล็กน้อยก็ได้ดื่มเป็นประจำช่วยบำรุงหัวใจ
3.นำส่วนต้นและรากต้มกับเนื้อหรือใบไม้สักจะช่วยรักษาโรคเบาหวาน

รู้อย่างนี้แล้วเราสามารถนำเอาสมุนไพรต่างๆที่อยู่รอบตัวเรามาใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมายและง่ายมากเลยนะคะหากเพื่อนๆมีสิ่งดีๆที่อยากแบ่งปันสามารถเข้ามาแชร์กันได้นะคะ แล้วเจอกันค่ะ

น้ำใบย่านางขับพิษ ลดไข้ ดับร้อน เพิ่มพลังต้านอนุมูลอิสระ

วันนี้นำเรื่องราวดีๆมาฝากกันค่ะ เกี่ยวกับสมุนไพรที่มีสรรพคุฝรที่หลากหลายเป็นได้ทั้งยา และอาหารนั่นก็คือ ใบย่างนางนั่นเองค่ะ

ย่านางเป็นพืชสมุนไพรที่มีความโดดเด่นด้านการดับพิษและลดไข้ หมอแผนไทยจะใช้รากย่านางเข้าตำรับยาแก้ไข้ในตำรับยา 5 ราก (ประกอบด้วย รากย่านาง รากชิงชี่ รากท้าวยายหม่อม รากคนทา รากมะเดื่อชุมพร) หรือเบญจโลกวิเชียร หรือแก้วห้าดวง ซึ่งเป็นหนึ่งในตำรับยาแก้ไข้ ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม

ชาวไทยภาคอีสานและภาคเหนือนำใบย่านางมาใช้ประกอบอาหาร โดยเอาน้ำคั้นจากใบทำน้ำแกง คือแกงหน่อไม้หรือต้มเปรอะ แกงขี้เหล็ก แกงหวาย ลาบหมาน้อย ลาบเทา ต้มหน่อไม้ การประกอบอาหารดังกล่าวนี้ใช้น้ำคั้นใบย่านางจะช่วยฆ่าพิษหรือดับพิษของอาหารที่ประกอบนั้น เช่น หน่อไม้ จัดเป็นอาหารแสลงที่ทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดเข่า ถ้าเป็นหญิงมักมีตกขาว หรือคันในช่องคลอดร่วมด้วย

ย่านางนั้นมีรสจืด และเป็นยาเย็น มีสรรพคุณในการดับพิษร้อน กลุ่มนักธรรมชาติบำบัดจึงได้นำเอาความรู้ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แนะดื่มน้ำคั้นจากใบย่านาง เป็นน้ำคลอโรฟิลล์เพิ่มความสดชื่น และยังใช้ในการปรับสมดุลร้อนเย็นในร่างกาย เชื่อว่าสาเหตุของโรคต่างๆ ในร่างกายมาจากความร้อนที่ไม่สมดุลกับความเย็น หรือความเจ็บป่วยนั้นมักมีความร้อนเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไข้ มะเร็ง ปวดแขนขา แสบร้อนเบ้าตา เป็นผดผื่นคัน แพ้อากาศ การใช้ยาเย็นจึงจะช่วยขับความร้อนในระบบต่างๆ เหล่านั้น และช่วยให้ร่างกายดีขึ้น รวมถึงเป็นการล้างสารพิษที่สะสมในระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งมาจากอาหารและสิ่งแวดล้อม

หวังว่าคงถูกใจผู้ที่รักสุขภาพและผู้ที่รักการรับประทานผักที่มีประโยชน์ คราวหน้าจินจะนำเรื่องราวดีๆมาแบ่งปันกันอีกนะคะ แล้วพบกันค่ะ

สรรพคุณสมุนไพรนานาชนิด

สวัสดีค่ะ วันนี้จินนำเอาสมนไพรต่างที่มีสรรพคุณในการช่วยรักษาโรคและอาการป่วยต่างๆมาฝากกันค่ะโดยแบ่งตามกลุ่มของโรค

สำหรับวันนี้จะเป็นกลุ่มยาลดไบมันในเส้นเลือดค่ะมาเริ่มกันเลยนะคะ

กลุ่มยาลดไขมันในเส้นเลือด 

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Hibiscus sabdariffa  L.

ชื่อสามัญ : Jamaican Sorel, Roselle

 

วงศ์ :  Malvaceae

 

ชื่ออื่น : กระเจี๊ยบ  กระเจี๊ยบเปรี้ย  ผักเก็งเค็ง  ส้มเก็งเค็ง  ส้มตะเลงเครง

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :ไม้พุ่มสูง 50-180 ซม. มีหลายพันธุ์ลำต้นสีม่วงแดงใบเดี่ยว รูปฝ่ามือ 3 หรือ 5 แฉก กว้างและยาวใกล้เคียงกัน 8-15 ซม. ดอกเดี่ยวออกที่ซอกใบกลีบดอกสีชมพูหรือเหลืองบริเวณกลางดอกสีม่วงแดงเกสรตัวผู้เชื่อมกันเป็นหลอด ผลเป็นผลแห้ง แตกได้ มีกลีบเลี้ยงสีแดงฉ่ำน้ำหุ้มไว้

 

สรรพคุณ :

 

  • กลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลืออยู่ที่ผล

 

1. เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยลดน้ำหนักด้วย

 

2. ลดความดันโลหิตได้โดยไม่มีผลร้ายแต่อย่างใด

 

3. น้ำกระเจี๊ยบทำให้ความเหนียวข้นของเลือดลดลง

 

4. ช่วยรักษาโรคเส้นโลหิตแข็งเปราะได้ดี

 

5. น้ำกระเจี๊ยบยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เป็นการช่วยลดความดันอีกทางหนึ่ง

 

6. ช่วยย่อยอาหาร เพราะไม่เพิ่มการหลั่งของกรดในกระเพาะ

 

7. เพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับ

 

8. เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยให้ร่างกายสดชื่น เพราะมีกรดซีตริคอยู่ด้วย

 

  • ใบ  แก้โรคพยาธิตัวจี๊ด ยากัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำคอ ให้ลงสู่ทวารหนัก
  • ดอก  แก้โรคนิ่วในไต แก้โรคนิ่วในกระเพราะปัสสาวะ ขัดเบา ละลายไขมันในเส้นเลือด กัดเสมหะ ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู่ทวารหนัก
  • ผล  ลดไขมันในเส้นเลือด แก้กระหายน้ำ รักษาแผลในกระเพาะ
  • เมล็ด  บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้ดีพิการ ขับปัสสาวะ ลดไขมันในเส้นเลือด

 

          นอกจากนี้ได้บ่งสรรพคุณโดยไม่ได้ระบุว่าใช้ส่วนใด ดังนี้คือ แก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ แก้ดีพิการ แก้ปัสสาวะพิการ แก้คอแห้งกระหายน้ำ แก้ความดันโลหิตสูง กัดเสมหะ แก้ไอ ขับเมือกมันในลำไส้ ลดไขมันในเลือด บำรุงโลหิต ลดอุณหภูมิในร่างกาย แก้โรคเบาหวาน แก้เส้นเลือดตีบตัน
          นอกจากใช้เดี่ยวๆ แล้ว ยังใช้ผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรอื่น ใช้ถ่ายพยาธิตัวจี๊ด

 

วิธีและปริมาณที่ใช้ :
          โดยนำเอากลีบเลี้ยง หรือกลีบรองดอกสีม่วงแดง ตากแห้งและบดเป็นผง ใช้ครั้งละ 1 ช้อนชา  (หนัก 3 กรัม) ชงกับน้ำเดือด 1 ถ้วย (250 มิลลิลิตร) ดื่มเฉพาะน้ำสีแดงใส ดื่มวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันทุกวันจนกว่าอาการขัดเบาและอาการอื่นๆ จะหายไป

 

สารเคมี
          ดอก  พบ Protocatechuic acid, hibiscetin, hibicin, organic acid, malvin, gossypetin
คุณค่าด้านอาหาร
          น้ำกระเจี๊ยบแดง มีรสเปรี้ยว นำมาต้มกับน้ำ เติมน้ำตาล ดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ และช่วยป้องกันการจับตัวของไขมันในเส้นเลือดได้ และยังนำมาทำขนมเยลลี่ แยม หรือใช้เป็นสารแต่งสี ใบอ่อนของกระเจี๊ยบเป็นผักได้ หรือใช้แกงส้ม รสเปรี้ยวกำลังดี กระเจี๊ยบเปรี้ยวมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “ส้มพอเหมาะ

 

” ในใบมี วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ส่วนกลีบเลี้ยงและกลีบดอก มีสารแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
          น้ำกระเจี๊ยบแดงที่ได้สีแดงเข้ม สาร Anthocyanin นำไปแต่งสีอาหารตามต้องการ

 

 

   สำรับวันนี้พอแค่นี้ก่อนะคะแล้ววันหลังจะอีก 2 ชนิดมาฝากค่ะ

ที่มา http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_01.htm

สุขภาพดีจากธรรมชาติ

 

พืชสมุนไพร

เป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมานับพันปี แต่เมื่อการแพทย์แผนปัจจุบันเริ่มเข้ามามีบทบาทในบ้านเรา สรรพคุณและคุณค่าของสมุนไพรอันเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าภูมิปัญญาโบราณก็เริ่มถูกบดบังไปเรื่อยๆ  และถูกทอดทิ้งไปในที่สุดความจริงคนส่วนใหญ่รวมทั้งตัวผู้เขียนเองก็พอรู้ๆ กันว่า สมุนไพรไทยเป็นสิ่งที่มีคุณค่าใช้ประโยชน์ได้จริง และใช้ได้อย่างกว้างขวาง(แถมหาง่าย และราคาถูก) แต่เป็นเพราะว่าเราใช้วิธีรักษาโรคแผนใหม่มานานมากจนวิชาแพทย์แผนโบราณที่มีสมุนไพรเป็นยาหลักถูกลืมจนต่อไม่ติด

         ภายหลังภาครัฐเริ่มกลับมาเห็นคุณค่าของสมุนไพรไทยอีกครั้งด้วยการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไว้เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2535 ว่า  ” ให้มีการผสมผสานการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรเข้ากับระบบบริการสาธารณสุขของชุมชนอย่างเหมาะสม”

          ผู้เขียนจึงหวังว่าผู้ที่เข้ามาหาข้อมูลและอ่านบทความต่างๆในเว็ปไซต์นี้จะได้รับความรู้และประโยชน์ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ขอบคุณค่ะ

Hello world!

Welcome to WordPress.com. After you read this, you should delete and write your own post, with a new title above. Or hit Add New on the left (of the admin dashboard) to start a fresh post.

Here are some suggestions for your first post.

  1. You can find new ideas for what to blog about by reading the Daily Post.
  2. Add PressThis to your browser. It creates a new blog post for you about any interesting  page you read on the web.
  3. Make some changes to this page, and then hit preview on the right. You can alway preview any post or edit you before you share it to the world.